ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ ภาษาอังกฤษ ENGLISH FOR BEGINNERS เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำกิจกรรมการทำข้อสอบวัดระดับความรู้ ภาษาอังกฤษ ENGLISH FOR BEGINNERS เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form โดยเมื่อท่านได้ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมได้กำหนดไว้ ท่านจะได้รับเกียรติบัตรเป็นไฟล์ PDF ดังภาพตัวอย่างที่ได้ทางผมได้นำมาแสดงให้ดูไว้ผ่านทาง Email ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ตอนทำแบบทดสอบครับ สามารถทำแบบทดสอบได้ที่ปุ่มทำแบบทดสอบด้านล่างเลยครับ

สรุปความรู้เพื่อใช้ในการทำข้อสอบวัดระดับความรู้ ภาษาอังกฤษ ENGLISH FOR BEGINNERS โดยพี่แอดมิน
เวลาเรียนภาษาอังกฤษ น้อง ๆ หลายคนอาจจะเจอกับคำถามแนวเดิม ๆ เช่น การทักทาย การแนะนำตัว หรือการถามทาง ซึ่งถ้าเข้าใจพื้นฐานพวกนี้ไว้ให้ดี พอถึงเวลาต้องใช้จริงจะได้ไม่ตกใจ ไม่ต้องแปลในหัวให้วุ่นวาย มาดูกันดีกว่าว่าแต่ละสถานการณ์ควรพูดอะไร และแปลว่าอะไรบ้าง
เริ่มจากสถานการณ์ง่ายที่สุดเลย นั่นคือ ตอนเจอกันและตอนจากกัน เวลา เราเพิ่งเจอกันกับใคร ก็ต้องทักทายให้ถูกต้องใช่มั้ย น้อง ๆ ควรพูดว่า Hello หรือ Hi ก็ได้ ทั้งสองคำนี้ใช้ได้ในชีวิตประจำวันทั่วไป และใช้แทนกันได้เลย ขึ้นอยู่กับว่าน้องอยากให้ดูเป็นทางการหรือกันเองหน่อย ถ้าสนิท ๆ ก็ใช้ Hi ได้เลย
แต่ถ้า เรากำลังจะกลับหรือแยกย้ายกัน สิ่งที่ควรพูดก็คือ Goodbye เพราะมันคือคำบอกลาแบบสุภาพ ใช้ได้ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นในชีวิตประจำวัน ที่ทำงาน หรือเวลาไปเที่ยว
ถ้าเจอคนแปลกหน้าเป็นครั้งแรก อย่าลืมใช้ประโยคสำคัญที่ช่วยให้การแนะนำตัวดูสุภาพขึ้น นั่นคือ Nice to meet you ซึ่งแปลว่า “ยินดีที่ได้รู้จัก” ใช้บ่อยมากตอนแนะนำตัวใหม่ ๆ และคนฟังจะรู้เลยว่าน้องเป็นคนสุภาพน่าคุยต่อแน่นอน
เวลาเจอใครทำอะไรให้เรา อย่างเช่นหยิบของให้ แล้วยิ้มพร้อมพูดว่า “Thank you” เราควรตอบกลับแบบสุภาพด้วยว่า You’re welcome คำนี้เหมือนกับการบอกว่า “ยินดีครับ/ค่ะ” แสดงความมีน้ำใจและความขอบคุณกลับไป
ถ้ามีคนถามน้องว่า “Where are you from?” ประโยคนี้ไม่ได้ถามว่าน้องมาจากที่ไหนในวันนี้นะ แต่มันถามถึง ประเทศหรือเมืองบ้านเกิด ของน้อง เช่น ถ้าน้องเป็นคนไทย ก็สามารถตอบว่า Thailand แต่ในข้อสอบนี้มีตัวเลือกอย่าง Italy ซึ่งเป็นคำตอบที่ถูก เพราะเป็นชื่อประเทศ ส่วนคำว่า Italian เป็นคำที่หมายถึง “คนอิตาลี” หรือ “ภาษาอิตาลี” ซึ่งไม่ใช่คำตอบตรงคำถามนี้
อีกประโยคหนึ่งที่เจอบ่อยคือ “What do you do?” อย่าเพิ่งงงว่านี่เขาถามว่าน้องกำลังทำอะไรตอนนี้รึเปล่า จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลย ประโยคนี้หมายถึงว่า อาชีพของน้องคืออะไร หรือว่า น้องทำงานอะไรนั่นเอง ถ้ามีคนถามคำนี้ตอนงานปาร์ตี้หรือสัมภาษณ์งาน ก็สามารถตอบไปเลยว่า I’m a student, I’m a teacher, หรืออะไรก็ว่าไป
บางทีเราอยากเรียกใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นบริกรในร้านอาหาร หรือใครที่เดินผ่านแล้วเราจะถามทาง เราสามารถเรียกเขาได้อย่างสุภาพด้วยคำว่า Excuse me ประโยคนี้เหมือนกับ “ขอโทษนะครับ/ค่ะ” แต่ใช้เรียกความสนใจ ไม่ใช่การขอโทษเวลาทำอะไรผิดนะ อย่าสับสนกับ Sorry ล่ะ
พอเดินเข้าโรงแรม สิ่งแรกที่น้อง ๆ จะได้ยินจากพนักงานต้อนรับก็คือคำว่า Welcome ซึ่งแปลว่า “ยินดีต้อนรับ” นั่นเอง เป็นคำง่าย ๆ แต่ให้ฟีลอบอุ่นและเป็นกันเอง
พูดถึงการแนะนำตัวอีกนิด เวลาเราจะบอกอายุ เราต้องพูดว่า I am 24 years old ห้ามพูดว่า “I have 24 years old” เด็ดขาด เพราะคำว่า have ใช้กับของที่เรามี เช่น I have a dog. แต่เวลาเราบอกอายุต้องใช้ am เสมอ
พอถึงช่วงเช้า ถ้าเราตื่นมาแล้วทักทายใคร เราก็ต้องพูดว่า Good morning เพราะมันใช้ตั้งแต่ตีห้าจนถึงเที่ยง ส่วน Good afternoon ใช้ตอนบ่ายไปจนถึงเย็น และ Good evening ใช้ตอนเย็นถึงค่ำ พูดผิดเวลา คนฟังอาจงงเบา ๆ ได้เหมือนกันนะ
เวลาเราบอกใครสักคนให้เดินตรงไป คำที่ใช่ที่สุดก็คือ Go straight ahead คำว่า ahead แปลว่าข้างหน้า และมักใช้คู่กับคำว่า go straight เสมอ อย่าใช้คำว่า after หรือ as เพราะมันไม่เข้ากับบริบทนี้เลย
พอถามทาง เราอาจจะถามว่า “Where is the nearest train station?” ซึ่งคำว่า station หมายถึงสถานีรถไฟ ไม่ใช่ state หรือ place ที่ฟังดูงง ๆ
ต่อมาเวลาเราจะขึ้นรถไฟหรือนั่งรถบัส เราก็ต้องจ่ายเงินใช่มั้ย คำถามที่เราจะได้ยินบ่อยคือ “How much is the fare to New York City?” ซึ่งคำว่า fare หมายถึง ค่าโดยสาร ส่วนคำว่า fair หมายถึง งานวัดหรือความยุติธรรม และคำว่า far คือ “ไกล” ซึ่งไม่ใช่คำที่ใช้ถามราคาค่าโดยสารแน่นอน
ถ้าเส้นทางมีสะพานให้เดินข้าม น้อง ๆ ควรใช้คำว่า cross เช่น “You can cross over the bridge.” อย่าเผลอใช้คำว่า crose หรือ cruise นะ เพราะ crose ไม่มีความหมาย และ cruise คือการล่องเรือ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการเดินข้ามสะพานเลย
สุดท้าย ถ้าอยากจะบอกทางว่าให้เลี้ยวขวาตรงหัวมุม เราพูดว่า Turn right at the next corner ซึ่งคำว่า corner ก็คือหัวมุมนั่นเอง เป็นคำที่ใช้บ่อยมากเวลาอธิบายเส้นทาง
ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างสถานการณ์จริงที่น้อง ๆ มักเจอในการใช้ภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นในการเดินทาง แนะนำตัว หรือแค่ทักทายคนรอบตัว ถ้าน้อง ๆ จำและเข้าใจสิ่งเหล่านี้ได้ รับรองว่าไม่ต้องกลัวเวลาเจอคำถามแบบในข้อสอบอีกต่อไป เพราะเราไม่ได้แค่จำคำตอบ แต่เราเข้าใจว่าจะใช้มันยังไงในชีวิตจริง
คำแนะนำ! ก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ
หวังว่าเรื่องราวที่นำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะของทุกคนนะครับ สำหรับใครที่อยากต่อยอดความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บนเว็บไซต์ของพี่แอดมินยังมี เกียรติบัตรออนไลน์ และคลัง ข้อสอบออนไลน์ อีกมากมายที่คัดสรรมาจาก มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการ ทำข้อสอบ เพื่อ วัดระดับ ความรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาจีน หรือการ สอบวัดระดับอังกฤษ โดยเฉพาะ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ CEFR ที่น้อง ๆ สามารถเลือก ทดสอบ CEFR ออนไลน์ เพื่อประเมินทักษะของตนเองผ่าน ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ ม.ปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัยเลยครับ
นอกจากนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาช่องทางอัปเกรดโปรไฟล์ พี่แอดมินได้รวบรวมคอร์ส E-learning สำหรับการ อบรมออนไลน์ ที่เปิดให้ อบรมฟรีได้เกียรติบัตร ทั้งในด้านความรู้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง รวมถึงยังมี แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ และตัวช่วยอย่าง เท็มเพลตหน้าปก Portfolio หรือ หน้าปกรายงาน สวย ๆ ไว้ให้น้อง ๆ ม.ปลาย ได้ดาวน์โหลดไปใช้ประกอบการยื่นพอร์ตฯ TCAS หรือสมัครเรียนต่อได้อย่างมืออาชีพ
สาระน่ารู้และ เกียรติบัตรออนไลน์ เหล่านี้ พี่แอดมินตั้งใจอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ จากทั้ง กศน. และหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เข้ามาทุกวันเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์เสมอ โดยทุกคนสามารถเลือกเข้าชมได้ง่าย ๆ ผ่านแถบเมนูด้านบน หรือมุมซ้ายบนสำหรับผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่ติดตามบทความของพี่แอดมินเสมอมา หากมีข้อแนะนำหรือคำถามใด ๆ สามารถแจ้งพี่แอดมินได้ทันที หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ศูนย์รวมเกียรติบัตรออนไลน์ และแบบทดสอบออนไลน์ฟรี ครับ



