ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง วันขึ้นปีใหม่ Happy New Year เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form
สวัสดีครับ วันนี้พี่แอดมินขอนำกิจกรรมการทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง วันขึ้นปีใหม่ Happy New Year เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form โดยเมื่อท่านได้ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมได้กำหนดไว้ ท่านจะได้รับเกียรติบัตรเป็นไฟล์ PDF ดังภาพตัวอย่างที่ได้ทางผมได้นำมาแสดงให้ดูไว้ผ่านทาง Email ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ตอนทำแบบทดสอบครับ สามารถทำแบบทดสอบได้ที่ปุ่มทำแบบทดสอบด้านล่างเลยครับ

เมื่อพูดถึง “วันขึ้นปีใหม่” น้อง ๆ หลายคนอาจคุ้นกับวันที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันหยุดสากลที่ทั่วโลกใช้ร่วมกัน แต่รู้ไหมว่าในอดีตประเทศไทยไม่ได้ถือวันปีใหม่ตรงกับวันนี้เลย แถมยังมีการเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตามยุคสมัย ทั้งเหตุผลด้านวัฒนธรรม การปฏิรูปประเทศ และความจำเป็นทางปฏิทินที่ต้องให้สอดคล้องกับนานาอารยประเทศ
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า “ปี” ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตฯ หมายถึง เวลา 12 เดือน หรือช่วงเวลาที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์หนึ่งรอบประมาณ 365 วัน ซึ่งเป็นพื้นฐานของการกำหนดวันขึ้นปีใหม่แบบสากลที่เราใช้กันในปัจจุบัน
แต่ถ้าย้อนกลับไปไกลกว่านั้น มนุษย์เริ่มคิดค้นปฏิทินครั้งแรกโดยชาวบาบิโลเนีย พวกเขาใช้การสังเกตดวงจันทร์เป็นหลัก เห็นตั้งแต่ข้างขึ้นจนถึงข้างแรมครบหนึ่งรอบประมาณ 30 วันจึงนับเป็นหนึ่งเดือน และเมื่อครบ 12 เดือนก็ถือว่าเป็นหนึ่งปี ต่อมามีหลายอารยธรรม เช่น ชาวอียิปต์ ชาวกรีก และชาวเซมิติก นำระบบนี้ไปปรับปรุงให้แม่นยำขึ้นเรื่อย ๆ จนมาถึงยุคของ กษัตริย์จูเลียส ซีซาร์ ที่มีการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยกำหนดให้หนึ่งปีมี 365 วัน และเพิ่มวันพิเศษในเดือนกุมภาพันธ์ทุก ๆ 4 ปี ทำให้เดือนนี้มี 29 วัน ในปีอธิกสุรทิน ซึ่งเป็นระบบที่ยังคงใช้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับประเทศไทยเอง วันขึ้นปีใหม่มีพัฒนาการที่น่าสนใจมาก เดิมทีไทยถือเอา วันแรม 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นวันขึ้นปีใหม่ในสมัยโบราณ ต่อมามีการยึดตามคติพราหมณ์ โดยใช้วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งมักตรงกับช่วงเมษายนเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่
จนกระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ประเทศไทยเริ่มปฏิรูปปฏิทินให้ทันสมัยขึ้น จึงกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ราชการ และใช้ต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ช่วงนั้นเองที่เริ่มมีงานรื่นเริงแบบตะวันตกเข้ามาในสังคมไทยมากขึ้น และในปี พ.ศ. 2479 ก็มีการจัดงานฉลองปีใหม่วันที่ 1 เมษายนอย่างเป็นทางการทั่วประเทศเป็นครั้งแรก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 8 เมื่อรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม มีมติให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ของไทยจาก 1 เมษายน มาเป็น 1 มกราคม เพื่อให้สอดคล้องกับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การประกาศมีขึ้นเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2483 และเริ่มใช้จริงในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2484 ทำให้ปี พ.ศ. 2483 กลายเป็นปีที่สั้นที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย เพราะมีเพียง 9 เดือนเท่านั้น เหตุผลสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการทำให้ประเทศไทยก้าวสู่ความเป็นสากล และยังเป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรมและจารีตประเพณีไทยให้เข้ากับโลกยุคใหม่
เมื่อพูดถึงปีใหม่ น้อง ๆ อาจคุ้นกับ “เพลงพรปีใหม่” ซึ่งเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 14 ของในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2495 และวงดนตรีสุนทราภรณ์ได้นำออกบรรเลงครั้งแรกในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2496 ณ ศาลาเฉลิมไทย เพลงนี้มีคำว่า วันปีใหม่ อยู่ทั้งหมด 3 คำ และกลายเป็นเพลงประจำเทศกาลที่คนไทยรู้จักกันทั่วประเทศ
อีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับปีใหม่ไทยคือ “ส.ค.ส.” ซึ่งย่อมาจาก ส่งความสุข การ์ดอวยพรปีใหม่แบบนี้มีใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ส่วน ส.ค.ส. พระราชทานฉบับแรกของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปรากฏขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และฉบับสุดท้ายคือปี พ.ศ. 2559 โดยมีเพียงปี พ.ศ. 2549 ที่พระองค์ไม่ได้พระราชทาน ส.ค.ส. ให้ประชาชน
ในด้านปฏิทินสากลที่เราใช้กันทุกวันนี้ เป็นผลงานการปรับปรุงของ พระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 13 ซึ่งทำให้ระบบปฏิทินมีความแม่นยำมากขึ้น และประเทศไทยเองก็ใช้ระบบนี้เช่นเดียวกับนานาประเทศ ส่วนชื่อเดือนภาษาไทยทั้ง 12 เดือน เช่น มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ฯลฯ ถูกตั้งขึ้นโดย สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ผู้มีบทบาทสำคัญด้านภาษาและวัฒนธรรมไทย
ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของวันขึ้นปีใหม่ไทยที่เชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการพัฒนาประเทศ น้อง ๆ จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งมีเหตุผลรองรับอย่างลึกซึ้ง และยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของไทยในการก้าวทันโลก พร้อมรักษาเอกลักษณ์ของตัวเองไว้เสมอ
แหล่งข้อมูล: วุฒิสภาไทย, Sanook, วิกิพีเดีย
สำคัญ! โปรดอ่านก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ
วันนี้ก็จบไปแล้วอีกหนึ่งบทความดี ๆ จากพี่แอดมิน โดยเว็บไซต์ของพี่แอดมินยังมีเกียรติบัตรออนไลน์ฟรี ๆ จาก มหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถืออีกมากมาย หลายวิชา เช่น ข้อสอบสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ แบบ CEFR คณิตศาสตร์ ภาษาจีน ให้ได้ทดสอบระดับความรู้ตัวเองกัน พร้อมทั้ง ข้อสอบวัดระดับความรู้ เพื่อช่วยให้น้อง ๆ ทดลองประเมินทักษะในแต่ละวิชาที่ตัวเองชอบได้ ข้อสอบมีตั้งแต่ระดับ ม.ปลาย ไปจนถึงมหาลัยเลยนะ และยังมีการอบรมออนไลน์ ผ่าน E-learning คอร์สเรียนออนไลน์ฟรี ได้ใบประกาศ ความรู้คอมพิวเตอร์ และ AI เท็มเพลตหน้าปก Portfolio สวย ๆ ไว้ให้น้อง ม.ปลายดาวน์โหลดไปใช้งานในการยื่นพอร์ตฯ TCAS การเรียนสมัครเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และยังมีสาระน่ารู้ต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์อีกด้วยนะ สามารถเลือกดูได้ที่แถบเมนูด้านบน หรือด้านข้างซ้ายบนในโทรศัพท์มือของน้อง ๆ โดยเกียรติบัตรออนไลน์จะมีมาจากหลายหน่วยงานทั้ง กศน มหาวิทยาลัยชั้นนำ และหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ทางพี่แอดมินจะอัพเดตเกียรติบัตรใหม่ เข้ามาในทุก ๆ วันเพื่อให้ทันเหตุการณ์ตลอดเวลา สุดท้ายพี่แอดมินขอขอบคุณน้อง ๆ ที่ให้ความสนใจในเว็บไซต์และบทความของพี่แอดมินครับ หากมีข้อแนะนำใด ๆ อย่าลังเลที่จะแจ้งพี่แอดมินนะ หากต้องการดูเกียรติบัตรใบอื่น ๆ หรือมีคำถามใด ๆ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่: ศูนย์รวมเกียรติบัตรออนไลน์ และแบบทดสอบออนไลน์ฟรี

