ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง ความรู้ความเข้าใจความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์พื้นฐาน CYBER SECURITY เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำกิจกรรมทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง ความรู้ความเข้าใจความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์พื้นฐาน CYBER SECURITY เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ โดยเมื่อท่านได้ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมได้กำหนดไว้ ท่านจะได้รับเกียรติบัตรเป็นไฟล์ PDF ดังภาพตัวอย่างที่ได้ทางผมได้นำมาแสดงให้ดูไว้ผ่านทาง Email หรือ Platform ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ตอนทำแบบทดสอบครับ สามารถทำแบบทดสอบได้ที่ปุ่มทำแบบทดสอบด้านล่างเลยครับ

ในยุคที่โลกหมุนไปบนนิ้วโป้งแบบนี้ น้อง ๆ คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการใช้ชีวิตเกือบทั้งหมดของเราผูกติดอยู่กับโลกไซเบอร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ความสะดวกสบายที่ได้มาก็มักจะมาพร้อมกับภัยเงียบที่จ้องจะเล่นงานเราอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการติดอาวุธทางปัญญาเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นสุด ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
ก่อนอื่นเลย น้อง ๆ ควรรู้จักกับหน่วยงานหลักที่คอยดูแลความเรียบร้อยของคลื่นความถี่และระบบโทรคมนาคมในบ้านเรา ซึ่งก็คือ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า กสทช. นั่นเอง แต่ถ้าเป็นเรื่องความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์โดยเฉพาะทาง เรายังมี สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. (NCSA) ที่คอยเป็นเกราะป้องกันระดับประเทศให้เราอีกแรง นอกจากนี้ยังมีพี่ใหญ่อย่าง Thaicert ที่ทำงานอย่างหนักในการติดตามการโจมตีไซเบอร์ โดยอาศัยทั้ง การตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ด้วยเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ที่ระบบ และ การรับแจ้งเหตุการณ์โจมตีทางไซเบอร์จากเครือข่ายเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นเสมือนกลุ่มพันธมิตรในการดำเนินงาน เพื่อให้คนไทยใช้งานเน็ตได้อย่างสบายใจ
มาพูดถึงเรื่องใกล้ตัวอย่างความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวกันบ้าง น้อง ๆ รู้ไหมว่าการตั้งรหัสผ่านเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุด ซึ่งสูตรลับในการตั้งรหัสที่ปลอดภัยระดับเทพคือ รหัสต้องมีความยาวตั้งแต่ 8 ตัวอักษรขึ้นไป ประกอบด้วยตัวอักษรเล็ก ตัวอักษรใหญ่ ตัวเลข และตัวอักขระพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น หากน้อง ๆ มีชื่อเล่นหรือชื่อสมมติ การเลือกใช้รหัสรูปแบบอย่าง @Sm1cha# ถือเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยสูงมาก เพราะเดาใจได้ยากสุด ๆ เมื่อเทียบกับรหัสจำพวก 123456 หรือคำว่า Password ตรง ๆ
นอกจากรหัสผ่านแล้ว ระบบความปลอดภัยปัจจุบันมักใช้ รหัสที่ใช้เพียงครั้งเดียวในการเข้าระบบต่าง ๆ หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ OTP มาช่วยยืนยันตัวตนอีกชั้น ซึ่งนี่คือส่วนหนึ่งของระบบที่เรียกว่า Two-step verification โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้สูงขึ้น อีกสิ่งที่น้อง ๆ มักจะเจอเวลาเข้าเว็บธนาคารหรือเว็บที่ต้องการความน่าเชื่อถือสูงคือ Digital Certificate ซึ่งสิ่งนี้มีไว้ เพื่อรับรองยืนยันเว็บไซต์ว่ามีระบบรักษาความปลอดภัยโดยเข้ารหัสและถอดรหัส รวมถึง เพื่อรับรองยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ของผู้ให้บริการด้วย
เวลาเราเล่นเน็ตผ่านมือถือ บางครั้งเราอาจจะอยากประหยัดเน็ตหรือปิดการใช้งานชั่วคราว การกดหมายเลข การปิดการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือ ผ่านรหัส *106# ก็เป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรรู้ไว้ และเรื่องที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือการใช้บริการฝากไฟล์อย่าง Cloud Computing แม้จะสะดวกแต่บางเจ้าอย่าง Google เขาก็ไม่มีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ในประเทศไทยนะจ๊ะ น้อง ๆ ต้องพิจารณาความเหมาะสมในการเก็บข้อมูลสำคัญให้ดีด้วย
ภัยร้ายอีกอย่างที่มักมาในรูปแบบแฝงคือแอปพลิเคชันหน้าตาซื่อ ๆ อย่าง Fake Calculator ที่บางครั้งไม่ได้เอาไว้คิดเลข แต่เป็น แอพที่ช่วยซ่อนข้อมูลลับ ของคนอื่น หรือที่อันตรายกว่านั้นคือพวก Key Logger ซึ่งเป็น แอพพลิเคชั่นแอบเก็บบันทึกการคีย์ข้อความ ทุกอย่างที่เราพิมพ์ลงไป ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านหรือความลับอะไรก็ตาม แฮกเกอร์ก็จะได้ไปหมดเลย และถ้าวันดีคืนดีน้อง ๆ เจอลิงก์แปลก ๆ ส่งมาให้กรอกข้อมูลส่วนตัวในเว็บที่หน้าตาเหมือนของจริงเป๊ะ นั่นแหละคือ การหลอกลวงไปยังเว็บปลอมเพื่อดักจับข้อมูล หรือที่เรียกว่า Phishing
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้โปรแกรมป้องกันไวรัส คือพฤติกรรมการใช้งานของตัวเราเอง การกระทำที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุดในการถูกขโมยข้อมูลคือการรู้จัก เปิดการใช้การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน เสมอ และเมื่อเราทำงานในออฟฟิศหรือใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ สิ่งที่เหมาะสมที่สุดคือการ ล๊อคหน้าจอคอมพิวเตอร์ (lock screen) เมื่อไม่อยู่โต๊ะ อย่าชะล่าใจจดรหัสผ่านแปะไว้ตามคีย์บอร์ดเด็ดขาด เพราะถ้ามีใครแอบเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันไว้แบบนี้ เพียงเพราะเขาเห็นรหัสที่เราจดทิ้งไว้ คนที่แอบเข้านั้นมีความผิดตามกฎหมาย ต้องโทษ จำคุกสูงสุด 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เลยทีเดียว
ในโลกดิจิทัล ทุกย่างก้าวของเราจะทิ้งร่องรอยที่เรียกว่า Digital Footprint ไว้เสมอ ซึ่งมันเกิดขึ้นได้จากหลายทาง ทั้ง เกิดจากที่ผู้ใช้งานเจตนาบันทึก เช่น Login Signin, เกิดจากระบบบันทึกการใช้โดยอัตโนมัติ การทำ Log file และยัง เกิดจาก Cookie เก็บข้อมูลการใช้งาน เช่น การค้นหาต่าง ๆ ร่องรอยเหล่านี้เองที่ทำให้เวลาเราค้นหาอะไรไป แล้วจู่ ๆ ก็มีโฆษณาเรื่องนั้นโผล่มาหลอกหลอนเรา เพราะ โปรแกรมให้บริการต่าง ๆ มักจะมีการเก็บร่องรอยการใช้งานของเราไว้ แล้วมาทำการวิเคราะห์นำเสนอข้อมูลให้เราภายหลัง โดยดูจากความสนใจของเรา
นอกจากเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้ว การมีมารยาทในการใช้เน็ตก็สำคัญ กฎเหล็กอย่าง Fair Use Policy (FUP) จึงถูกสร้างขึ้นมา เพื่อจำกัดคนที่ใช้อินเทอร์เน็ตมากไม่ให้มากเกินไปจนรบกวนผู้ใช้อื่น เพื่อให้ทุกคนได้ใช้งานอย่างเท่าเทียม และที่สำคัญที่สุด น้อง ๆ ต้องระวังเรื่องการแชร์หรือสร้างข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง เพราะการนำข้อมูลเท็จเข้าระบบจนสร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น มีโทษหนักถึง จำคุกสูงสุด 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เห็นไหมล่ะว่าเรื่องไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย รู้ไว้ป้องกันตัวดีที่สุดนะน้อง ๆ
แหล่งข้อมูล: nbtc.go.th, ncsa.or.th, thaicert.or.th, etda.or.th, dga.or.th
เรียบเรียงโดย quizeducate.com
สำคัญ! โปรดอ่านก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ
หวังว่าเรื่องราวที่นำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะของทุกคนนะครับ สำหรับใครที่อยากต่อยอดความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บนเว็บไซต์ของพี่แอดมินยังมี เกียรติบัตรออนไลน์ และคลัง ข้อสอบออนไลน์ อีกมากมายที่คัดสรรมาจาก มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการ ทำข้อสอบ เพื่อ วัดระดับ ความรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาจีน หรือการ สอบวัดระดับอังกฤษ โดยเฉพาะ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ CEFR ที่น้อง ๆ สามารถเลือก ทดสอบ CEFR ออนไลน์ เพื่อประเมินทักษะของตนเองผ่าน ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ ม.ปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัยเลยครับ
นอกจากนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาช่องทางอัปเกรดโปรไฟล์ พี่แอดมินได้รวบรวมคอร์ส E-learning สำหรับการ อบรมออนไลน์ ที่เปิดให้ อบรมฟรีได้เกียรติบัตร ทั้งในด้านความรู้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง รวมถึงยังมี แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ และตัวช่วยอย่าง เท็มเพลตหน้าปก Portfolio หรือ หน้าปกรายงาน สวย ๆ ไว้ให้น้อง ๆ ม.ปลาย ได้ดาวน์โหลดไปใช้ประกอบการยื่นพอร์ตฯ TCAS หรือสมัครเรียนต่อได้อย่างมืออาชีพ
สาระน่ารู้และ เกียรติบัตรออนไลน์ เหล่านี้ พี่แอดมินตั้งใจอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ จากทั้ง กศน. และหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เข้ามาทุกวันเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์เสมอ โดยทุกคนสามารถเลือกเข้าชมได้ง่าย ๆ ผ่านแถบเมนูด้านบน หรือมุมซ้ายบนสำหรับผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่ติดตามบทความของพี่แอดมินเสมอมา หากมีข้อแนะนำหรือคำถามใด ๆ สามารถแจ้งพี่แอดมินได้ทันที หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ศูนย์รวมเกียรติบัตรออนไลน์ และแบบทดสอบออนไลน์ฟรี ครับ



