ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง Cyberbullying ภัยร้ายออนไลน์ เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำกิจกรรมทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง Cyberbullying ภัยร้ายออนไลน์ เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ โดยเมื่อท่านได้ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมได้กำหนดไว้ ท่านจะได้รับเกียรติบัตรเป็นไฟล์ PDF ดังภาพตัวอย่างที่ได้ทางผมได้นำมาแสดงให้ดูไว้ผ่านทาง Email หรือ Platform ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ตอนทำแบบทดสอบครับ สามารถทำแบบทดสอบได้ที่ปุ่มทำแบบทดสอบด้านล่างเลยครับ

สวัสดีครับ น้อง ๆ ทุกคน วันนี้พี่ในฐานะคนทำงานสายคอนเทนต์ที่คลุกคลีอยู่บนโลกออนไลน์มานาน อยากจะมาชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกับภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวเราเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส นั่นก็คือเรื่องของ Cyberbullying หรือที่ภาษาไทยเราเรียกกันติดปากว่า การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ นั่นเองครับ ซึ่งในปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และไม่ใช่แค่การหยอกล้อกันขำ ๆ อีกต่อไปแล้ว
หลายคนอาจจะสงสัยว่า แล้วแบบไหนล่ะที่เขาเรียกว่าเป็นการกลั่นแกล้งที่ล้ำเส้น? นิยามที่ชัดเจนและถูกต้องที่สุดของคำว่า Cyber bullying ก็คือ การรังแก ข่มขู่ หรือทำให้ผู้อื่นอับอายผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ด่าทอ การส่งข้อความไปคุกคามในแชทส่วนตัว หรือแม้แต่การแอบอ้างตัวตน ซึ่งหลายคนมักจะอ้างว่า “ก็แค่ล้อเล่น” แต่รู้ไหมครับว่า การนำภาพหลุดหรือข้อความส่วนตัวของเพื่อนมาล้อเลียนในกลุ่มสาธารณะ แม้จะอ้างว่าขำ ๆ แต่ถ้าทำให้เจ้าตัวรู้สึกอับอายและได้รับความเสียหาย สิ่งนั้นคือการกลั่นแกล้งร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ รวมถึงพฤติกรรมประเภท การสวมรอย (Impersonation) ที่เข้าไปใช้ชื่อหรือรูปคนอื่นไปโพสต์เรื่องเสื่อมเสีย ใช่ เพราะเป็นการจงใจสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและตัวตนของเขา อย่างรุนแรงเลยล่ะครับ
สิ่งที่ทำให้การแกล้งกันบนเน็ตมันน่ากลัวกว่าการแกล้งกันในรั้วโรงเรียนแบบสมัยก่อน (Traditional Bullying) ก็เพราะว่า ข้อมูลสามารถกระจายไปได้รวดเร็วและคงอยู่ถาวร (Digital Footprint) ลองคิดดูสิครับว่าเมื่อข้อความหรือภาพที่ทำร้ายเราถูกแชร์ออกไป มันจะวนเวียนอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ตไปตลอดกาล ลบออกยาก และคนเห็นเป็นล้านในเวลาไม่กี่นาที ซึ่งพฤติกรรมที่พบบ่อยอย่าง การส่งข้อความโจมตีโดยตรงหรือในที่สาธารณะ นั้นถูกจัดอยู่ในการกระทำประเภท การคุกคาม ที่สร้างรอยแผลในใจได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
รอยแผลที่ว่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพจิตใจครับ ผลลัพธ์ทางจิตวิทยาที่ถือว่ารุนแรงที่สุดก็คือ ความรู้สึกไร้ค่า ซึมเศร้า และอาจนำไปสู่ความคิดทำร้ายตนเอง น้อง ๆ ต้องคอยสังเกตคนรอบข้างหรือเพื่อนสนิทให้ดีนะครับ ถ้าวันหนึ่งเห็นใครที่มีสัญญาณเตือน เช่น มีพฤติกรรมแยกตัวจากเพื่อน ไม่อยากไปโรงเรียน หรือดูวิตกกังวลเมื่อใช้โทรศัพท์ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเขากำลังเผชิญหน้ากับพายุไซเบอร์อยู่ก็ได้ แต่ที่น่าเศร้าคือเด็กส่วนใหญ่มักจะเลือกที่จะไม่บอกใคร โดยเฉพาะผู้ปกครอง เพราะพวกเขามักจะ กลัวถูกยึดโทรศัพท์หรือถูกห้ามใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นเหมือนช่องทางสื่อสารหลักของวัยรุ่นในยุคนี้นั่นเอง
แล้วเราจะรับมือกับมันยังไงดี? หากผู้ปกครองทราบเรื่อง สิ่งแรกที่ควรทำไม่ใช่การดุด่า แต่คือการ รับฟังด้วยความเข้าใจ ไม่ตำหนิ และทำให้เด็กรู้สึกปลอดภัย เพื่อเป็นที่พักพิงทางใจให้กับเขา จากนั้นต้องรู้วิธีจัดการกับหลักฐานที่ถูกต้องด้วยการ ถ่ายภาพหน้าจอ (Screenshots) เก็บหลักฐาน วันเวลา และชื่อบัญชีผู้แกล้งไว้ อย่ารีบลบข้อความทิ้งไปเฉย ๆ เพราะสิ่งเหล่านี้สำคัญมากในการดำเนินคดีตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่เอาไว้จัดการกับพวกที่ชอบสร้างความเสียหายในโลกออนไลน์ครับ
นอกจากนี้ เรายังสามารถใช้หลักการ “STOP” มาช่วยเตือนใจได้ โดยอักษรแต่ละตัวมีความหมายสำคัญคือ S ย่อมาจาก Stop คือหยุดโต้ตอบกับฝ่ายที่แกล้งเรา T คือ Tell หรือการบอกผู้ใหญ่ที่ไว้วางใจ และ P คือ Pause หรือการหยุดคิดตั้งสติก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไปในช่วงที่อารมณ์กำลังพลุ่งพล่าน การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดคือการ สอนเรื่องมารยาททางเน็ต (Netiquette) และความรับผิดชอบต่อคำพูดตนเอง ให้เป็นนิสัย รวมถึงการสร้างความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) ในใจเรา
เรื่องของความเห็นอกเห็นใจนี้มีหลายระดับที่น่าสนใจครับ เช่น Cognitive Empathy ที่เป็นการเข้าถึงความคิดและมีความปรารถนาจะปกป้องคนอื่นอย่างเป็นรูปธรรม หรือ Emotional Empathy ที่มีอารมณ์ร่วมไปกับเหตุการณ์ราวกับไปอยู่ในจุดเดียวกับผู้ถูกกระทำ และ Compassionate Empathy ที่เราสามารถรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังเศร้าเพียงแค่อ่านตัวอักษร การมีสิ่งเหล่านี้จะทำให้โลกออนไลน์น่าอยู่ขึ้นมากครับ
ท้ายที่สุดนี้ พี่อยากให้ น้อง ๆ จำไว้อย่างหนึ่งว่า ถ้าวันหนึ่งเราต้องตกเป็นเหยื่อ ทัศนคติที่จะช่วยให้เราฟื้นตัวได้ดีที่สุดคือ การมองว่าคำพูดแย่ๆ บนเน็ตไม่ได้นิยามคุณค่าที่แท้จริงของเรา เราทุกคนมีคุณค่าในตัวเองมากกว่าแค่ตัวอักษรที่คนไม่รู้จักพิมพ์ทิ้งไว้ครับ โลกออนไลน์เป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต แต่อย่าให้มันมาทำลายชีวิตทั้งหมดของเรานะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกคนใช้โซเชียลอย่างมีความสุขและปลอดภัยครับ
แหล่งข้อมูล: thaihealth.or.th, etda.or.th, unicef.org, mdes.go.th, hfocus.org
เรียบเรียงโดย quizeducate.com
สำคัญ! โปรดอ่านก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ
หวังว่าเรื่องราวที่นำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาทักษะของทุกคนนะครับ สำหรับใครที่อยากต่อยอดความรู้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บนเว็บไซต์ของพี่แอดมินยังมี เกียรติบัตรออนไลน์ และคลัง ข้อสอบออนไลน์ อีกมากมายที่คัดสรรมาจาก มหาวิทยาลัย และหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าจะเป็นการ ทำข้อสอบ เพื่อ วัดระดับ ความรู้ในรายวิชาคณิตศาสตร์ ภาษาจีน หรือการ สอบวัดระดับอังกฤษ โดยเฉพาะ ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ CEFR ที่น้อง ๆ สามารถเลือก ทดสอบ CEFR ออนไลน์ เพื่อประเมินทักษะของตนเองผ่าน ข้อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษพร้อมเฉลย ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ ม.ปลาย ไปจนถึงมหาวิทยาลัยเลยครับ
นอกจากนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่มองหาช่องทางอัปเกรดโปรไฟล์ พี่แอดมินได้รวบรวมคอร์ส E-learning สำหรับการ อบรมออนไลน์ ที่เปิดให้ อบรมฟรีได้เกียรติบัตร ทั้งในด้านความรู้คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี AI ที่กำลังมาแรง รวมถึงยังมี แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ และตัวช่วยอย่าง เท็มเพลตหน้าปก Portfolio หรือ หน้าปกรายงาน สวย ๆ ไว้ให้น้อง ๆ ม.ปลาย ได้ดาวน์โหลดไปใช้ประกอบการยื่นพอร์ตฯ TCAS หรือสมัครเรียนต่อได้อย่างมืออาชีพ
สาระน่ารู้และ เกียรติบัตรออนไลน์ เหล่านี้ พี่แอดมินตั้งใจอัปเดตข้อมูลใหม่ ๆ จากทั้ง กศน. และหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เข้ามาทุกวันเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์เสมอ โดยทุกคนสามารถเลือกเข้าชมได้ง่าย ๆ ผ่านแถบเมนูด้านบน หรือมุมซ้ายบนสำหรับผู้ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือครับ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่ติดตามบทความของพี่แอดมินเสมอมา หากมีข้อแนะนำหรือคำถามใด ๆ สามารถแจ้งพี่แอดมินได้ทันที หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่: ศูนย์รวมเกียรติบัตรออนไลน์ และแบบทดสอบออนไลน์ฟรี ครับ

