ทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง การอ่านบทความภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ (CEFR) ระดับ B1 – B2 เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form
สวัสดีครับ วันนี้ผมขอนำกิจกรรมการทำข้อสอบวัดระดับความรู้ เรื่อง การอ่านบทความภาษาอังกฤษ ตามกรอบมาตรฐานความสามารถทางภาษาอังกฤษ (CEFR) ระดับ B1 – B2 เพื่อรับเกียรติบัตรออนไลน์ ผ่าน Google Form โดยเมื่อท่านได้ทำแบบทดสอบผ่านเกณฑ์ที่ทางผู้จัดกิจกรรมได้กำหนดไว้ ท่านจะได้รับเกียรติบัตรเป็นไฟล์ PDF ดังภาพตัวอย่างที่ได้ทางผมได้นำมาแสดงให้ดูไว้ผ่านทาง Email ที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ตอนทำแบบทดสอบครับ สามารถทำแบบทดสอบได้ที่ปุ่มทำแบบทดสอบด้านล่างเลยครับ

ภูมิปัญญาการทอผ้าไหมไทยเปรียบเสมือนสมบัติล้ำค่าที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และวิถีชีวิตของชาวบ้านในแต่ละท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน ทว่าในอดีต หัตถกรรมอันประณีตนี้เกือบจะสูญหายไปจากแผ่นดินเนื่องจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคใหม่ที่ทำให้ชาวบ้านขาดรายได้เลี้ยงชีพจนต้องละทิ้งกี่ทอผ้าที่เป็นเสมือนจิตวิญญาณของชุมชน
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในเส้นไหมและอุทิศพระวรกายฟื้นฟูมรดกทางวัฒนธรรมนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง การดำเนินพระราชกรณียกิจผ่านการสนับสนุนงานฝีมือดั้งเดิมช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพอันมั่นคงให้แก่ราษฎรอย่างยั่งยืน เปลี่ยนจากงานอดิเรกในครัวเรือนให้กลายเป็นสินค้าทางวัฒนธรรมที่ทั่วโลกต่างยอมรับ

- สาเหตุที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ ทรงได้รับพระราชสมัญญาว่าพระมารดาแห่งผ้าไหมไทย เพราะทรงมุ่งมั่นรักษาและเผยแพร่งานศิลปะที่กำลังจะตายไปจากสังคม คือ ทรงช่วยอนุรักษ์และส่งเสริมการทอผ้าไหมไทยแบบดั้งเดิม (She helped preserve and promote traditional silk weaving) โดยใช้ หลักการอนุรักษ์เชิงรุก (Proactive Conservation) ที่มุ่งเน้นการรักษาองค์ความรู้เดิมควบคู่กับการพัฒนาให้เข้ากับยุคสมัย เช่น การนำผ้าไหมมาใช้ในฉลองพระองค์เพื่อเป็นต้นแบบแฟชั่น
- สภาพของผ้าไหมไทยก่อนได้รับการสนับสนุนจากพระองค์สะท้อนถึงวิกฤตทางวัฒนธรรมและอาชีพ คือ ชาวบ้านจำนวนมากหยุดผลิตผ้าไหม (Many villagers stopped producing it) ตาม ทฤษฎีการละทิ้งมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Abandonment Theory) เมื่ออาชีพดั้งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์การดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานได้ ผู้ผลิตย่อมมองหาทางเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนรวดเร็วกว่า
- กลุ่มคนหลักที่เป็นผู้ผลิตผ้าไหมในพื้นที่ชนบทสะท้อนถึงโครงสร้างทางสังคมเกษตรกรรม คือ กลุ่มสตรีในหมู่บ้าน (Women in villages) ซึ่งสอดคล้องกับ บทบาททางเพศในงานหัตถกรรม (Gender Roles in Craftsmanship) ที่มักให้สตรีใช้เวลาว่างจากการทำนามาดูแลงานประณีตศิลป์ภายในครัวเรือนเพื่อสร้างรายได้เสริมและใช้ในงานพิธีกรรม
- ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวบ้านต้องละทิ้งกี่ทอผ้าไหมมาจากปัญหาด้านรายได้ที่ไม่สมดุลกับความเหนื่อยยาก คือ ผู้ทอได้รับเงินตอบแทนน้อยมาก (They earned very little money from it) หากวิเคราะห์ตาม หลักแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ (Economic Incentive Principle) เมื่อผลตอบแทนต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำหรือต้นทุนการผลิต ผู้ผลิตย่อมขาดกำลังใจและจำเป็นต้องเลือกอาชีพอื่นเพื่อความอยู่รอด
- กระบวนการสืบทอดทักษะการทอผ้าไหมในชุมชนอาศัยสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมากกว่าการเรียนในตำรา คือ การถ่ายทอดผ่านรุ่นสู่รุ่นภายในครอบครัว (Through generations in families) โดยใช้ หลักการเรียนรู้โดยการสังเกต (Observational Learning) ซึ่งบุตรสาวจะซึมซับเทคนิคการมัดลายและการย้อมสีจากมารดาตั้งแต่เยาว์วัย ทำให้เอกลักษณ์ของท้องถิ่นไม่สูญหาย
- ช่วงเวลาที่พระองค์ทรงตระหนักถึงคุณภาพอันยอดเยี่ยมของเส้นไหมไทยเกิดขึ้นจากการลงพื้นที่จริง คือ ระหว่างทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและเดินทางไปทั่วประเทศ (While traveling around Thailand) ตาม หลักการประเมินค่าจากแหล่งกำเนิด (Source-Based Evaluation) การเห็นกระบวนการผลิตและสัมผัสชิ้นงานในพื้นที่จริงช่วยให้ทรงเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของวัตถุดิบพื้นบ้าน
- ผู้ที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนพระราชกรณียกิจในการดูแลราษฎรร่วมกับพระองค์เสมอมา คือ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (King Bhumibol Adulyadej) ซึ่งสะท้อนถึง หลักการพัฒนาแบบบูรณาการ (Integrated Development) ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาความยากจนควบคู่ไปกับการรักษาศิลปวัฒนธรรมของชาติ
- สิ่งที่พระองค์ทรงมองเห็นมากกว่าความสวยงามของผ้าไหม คือ คุณค่าทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจ (It had cultural and economic value) โดยใช้ หลักการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ทางวัฒนธรรม (Cultural Asset Valorization) เปลี่ยนจากผ้าทอใช้เองในบ้านให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่มีราคาสูง ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น
- หน่วยงานที่พระองค์ทรงจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนงานหัตถกรรม คือ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ (The SUPPORT Foundation) ตาม หลักการบริหารองค์กรเพื่อสังคม (Social Enterprise Management) ที่มุ่งเน้นการจัดหาตลาดและช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับชาวบ้านโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง
- เป้าหมายสูงสุดของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ คือการสร้างความยั่งยืนให้กับช่างฝีมือ คือ เพื่อสนับสนุนช่างฝีมือท้องถิ่นและพัฒนาผลงานให้ดีขึ้น (To support local artisans and improve their work) สอดคล้องกับ หลักการพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ (Human Capital Development) ที่เน้นการฝึกฝนทักษะและยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
แหล่งข้อมูล: กรมหม่อนไหม, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, กระทรวงวัฒนธรรม, สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
เนื้อหานี้เป็นการสรุปและวิเคราะห์เพื่อเป็นแนวทางในการเรียนรู้ น้องๆ ควรศึกษาเพิ่มเติมและตรวจสอบกับบทความอย่างเป็นทางการของหน่วยงานผู้จัดสอบอีกครั้งเพื่อความถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด
เรียบเรียงโดย quizeducate.com
คำแนะนำ! ก่อนเริ่มทำแบบทดสอบ
เครื่องมือคำนวณสัดส่วนคะแนน
ป้อนคะแนนเพื่อตรวจสอบเปอร์เซ็นต์ตามสูตร: (คะแนนที่ได้ ÷ คะแนนเต็ม) × 100
หวังว่าเนื้อหาที่พี่แอดมินนำมาฝากจะช่วยให้น้องๆ เข้าใจหัวข้อนี้และนำไปใช้ทบทวนความรู้ได้สะดวกขึ้น ภายใน QuizEducate ยังรวบรวม แบบทดสอบออนไลน์และเกียรติบัตรออนไลน์ จากโรงเรียน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานต่างๆ ครอบคลุมทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงกิจกรรมพัฒนาทักษะและอบรมออนไลน์ที่น่าสนใจ
สำหรับน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย สามารถติดตาม TCAS ทั้งรอบ Portfolio, Admission, กำหนดการสอบ และเนื้อหาเกี่ยวกับ TGAT, TPAT และ A-Level พร้อมเลือกดู แบบทดสอบภาษาอังกฤษ และเนื้อหาด้าน CEFR เพื่อเตรียมทักษะภาษาอังกฤษสำหรับการเรียนต่อ ส่วนผู้ที่สนใจเทคโนโลยีสามารถติดตาม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีหัวข้อเกี่ยวกับ AI, Generative AI, ChatGPT, Digital Literacy, Coding และ Cybersecurity ให้ศึกษาเพิ่มเติมครับ



